ชื่อเมืองตราด หรือเมืองทุ่งใหญ่ ปรากฎในทำเนียบหัวเมือง สมัยพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2178) ว่าเป็นหัวเมือง ชายทะเล สังกัดฝ่ายการต่างประเทศ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับ ด้านการคลังด้วย นอกจากเป็นแหล่งสินค้าแล้ว ตราดยังเป็นหนึ่งในเมืองท่าชายทะเล ที่มีชัยภูมิเหมากับการแวะจอดเรือ เพื่อขนถ่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เติมเสบียงอาหารและน้ำจืด บริเวณอ่าวเมืองตราด จึงเป็นที่ตั้งชุมชน พ่อค้าชาวจีนที่เดินทางมาค้าขาย
ครั้นเมื่อสงครามกู้เอกราช (พ.ศ. 2310) สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเลือกตราดเป็นเมืองหน้าด่านกันชน ทำหน้าที่ส่งเสบียงอาหารก่อนเคลื่อนกองทัพเรือออก จากจันทบุรี ยกไปขับไล่พม่าเพื่อกอบกู้เอกราชคืนสู่ชาติไทย ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325 สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรัชกาลที่ 1 เมืองตราดยังขึ้นกับกรมท่า แสดงให้เห็นว่าเมืองตราด ยังคงสังกัดอยู่ในฝ่ายกิจการต่างประเทศและการคลัง ในฐานะหัวเมืองชายฝั่งทะเล และเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่ง เช่นเดียวกับในสมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ไทยทำศึกกับเจ้าอนุวงศ์ แห่งเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งต่อมาได้หันไปสวามิภักดิ์กับญวน ไทยกับญวนผิดใจกัน จนต้องทำสงครามในปี พ.ศ. 2371 เมืองตราดมีความสำคัญ เป็นแหล่งกำลังพล และเสบียงอาหาร มีการตั้งป้อมค่ายอยู่ที่บ้านแหลมหิน ปากอ่าวเมืองตราด
พระปรีชาสามารถของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ประเทศไทยได้เมืองตราดกลับคืนมา
ฝรั่งเศสส่งมอบเมืองตราด คืนให้กับไทย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2499 (ภาพจากสำนักงานวัฒนธรรมจ.ตราด)